เคาะแล้ว! มาตรการรัฐล่าสุด “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” แจก 4,000 บาท ลงทะเบียนวันไหน เช็กเงื่อนไขที่นี่ ข่าวดีรับกลางปี พ.ศ. 2569 สำหรับประชาชนและร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ! ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบคลอด มาตรการรัฐล่าสุด 2569 ภายใต้ชื่อโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” (หรือที่หลายคนคุ้นเคยในร่างของคนละครึ่งพลัส) วงเงินรวมกว่า 1.2 แสนล้านบาท เพื่อเข้ามาช่วยแบกรับภาระค่าครองชีพ ดันเงินหมุนเวียนสู่เศรษฐกิจฐานรากท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ สำหรับใครที่กำลังตั้งตารออัปเดตว่าโครงการนี้คืออะไร ใครมีสิทธิ์บ้าง ลงทะเบียนวันไหน และใช้อย่างไร? บทความนี้รวบรวมคำตอบและวิธีลงทะเบียนแอปเป๋าตังมาให้ครบจบในที่เดียวแล้ว
สารบัญ

โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” คืออะไร? รัฐช่วยจ่ายเท่าไหร่?
โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นมีกำหนดระยะเวลา 4 เดือนเต็ม โดยมีรูปแบบการร่วมจ่าย (Co-pay) ที่น่าสนใจคือ:
- รัฐบาลสนับสนุน 60% และ ประชาชนร่วมจ่ายเอง 40% (ปรับสัดส่วนจากโครงการคนละครึ่งในอดีตที่ช่วยคนละครึ่ง 50:50)
- รัฐบาลมอบวงเงินสมทบให้สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท ต่อคนต่อเดือน * ระยะเวลาโครงการนาน 4 เดือน รวมเป็นเงินสนับสนุนจากรัฐตลอดโครงการ 4,000 บาทต่อคน
- สามารถใช้สิทธิ์ซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ได้สูงสุดไม่เกิน 200 บาท ต่อคนต่อวัน
ไทม์ไลน์สำคัญ: เปิดลงทะเบียนวันไหน เริ่มใช้ได้เมื่อไหร่?
รัฐบาลได้กำหนดกรอบเวลาการลงทะเบียนของทั้งฝั่งประชาชนและร้านค้า รวมถึงช่วงเวลาในการใช้สิทธิ์ชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ดังนี้
| กิจกรรมสำคัญ | วันที่เริ่มต้น | รายละเอียดเพิ่มเติม |
|---|---|---|
| เปิดรับสมัครร้านค้า | 25 พฤษภาคม 2569 | ร้านค้าชุมชน/SMEs สมัครผ่านแอปฯ ถุงเงิน |
| เปิดลงทะเบียนประชาชน | 25 พฤษภาคม 2569 | เริ่มเปิดระบบตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป |
| ระยะเวลาเริ่มใช้สิทธิ์ | 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 | ใช้สิทธิ์ได้ระหว่างเวลา 06.00 น. – 23.00 น. |
| เปิดใช้ผ่านฟู้ดเดลิเวอรี | 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 | เฉพาะแพลตฟอร์มและร้านที่เข้าร่วมโครงการ |
เช็กเงื่อนไข “ไทยช่วยไทยพลัส” ใครได้สิทธิ์บ้าง?
มาตรการนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนในวงกว้าง โดยผู้ที่ต้องการเข้าร่วมรับสิทธิ์จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:
- เป็นผู้มีสัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน
- มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
- ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (เนื่องจากกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม จำนวนประมาณ 13.1 ล้านคน จะได้รับการเติมวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่ร้านธงฟ้าแยกต่างหากเป็น 1,000 บาท/เดือน อยู่แล้ว)
วิธีลงทะเบียน ผ่านแอปเป๋าตัง
สำหรับประชาชนทั่วไปที่มีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และเคยยืนยันตัวตน (G-Wallet) เรียบร้อยแล้ว สามารถทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ได้ดังนี้
- ขั้นตอนที่ 1: เปิดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย
- ขั้นตอนที่ 2: กดที่แบนเนอร์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” บนหน้าแรกของแอปฯ
- ขั้นตอนที่ 3: อ่านรายละเอียด ข้อตกลง และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการให้ครบถ้วน
- ขั้นตอนที่ 4: ติ๊กเครื่องหมายยอมรับเงื่อนไข แล้วกดปุ่ม “กดยอมรับเงื่อนไขและรับสิทธิ”
- ขั้นตอนที่ 5: ระบบจะแสดงข้อความยืนยันการได้รับสิทธิ์สำเร็จ ให้กดปุ่ม “ตกลง” เพื่อเสร็จสิ้นขั้นตอน และเตรียมเติมเงินเข้า G-Wallet เพื่อเริ่มใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป

เปิดวิธีลงทะเบียน ผ่านแอปฯ เป๋าตัง รับสิทธิ์ 4,000 บาท
การลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) สำหรับภาคประชาชน จะเปิดระบบอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 ช่วงเวลา 06.00–22.00 น. เท่านั้น โดยรัฐบาลแบ่งกลุ่มผู้ลงทะเบียนออกเป็น 2 กลุ่มหลัก เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการประมวลผล ดังนี้
กลุ่มที่ 1: สำหรับ “คนเก่า” (เคยได้รับสิทธิ์คนละครึ่งพลัสมาก่อน)
หากคุณเคยผ่านการยืนยันตัวตนและเคยใช้สิทธิ์ในโครงการเติมเงินรัฐบาลรอบที่แล้ว คุณจะได้รับสิทธิ์ที่ง่ายและรวดเร็วขึ้นมาก โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ทั้งหมด:
- เปิดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” (แนะนำให้อัปเดตแอปฯ เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อน)
- กดเลือกแบนเนอร์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ที่ปรากฏบนหน้าแรก
- อ่านรายละเอียดและเงื่อนไขของโครงการให้ครบถ้วน จากนั้นกดปุ่ม “ลงทะเบียน”
- ระบบจะแสดงข้อความการได้รับสิทธิ์พร้อมระบุวันที่เริ่มใช้สิทธิ์ (1 มิ.ย. 2569) ให้กดปุ่ม “ตกลง” เป็นอันเสร็จสิ้น
กลุ่มที่ 2: สำหรับ “คนใหม่” (ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส)
สำหรับผู้ที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ หรือผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการของรัฐผ่านแอปฯ เป๋าตังมาก่อน จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติตามขั้นตอนดังนี้:
- ดาวน์โหลดและเข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แล้วทำการยืนยันตัวตนขั้นต้น (สแกนใบหน้าและบัตรประชาชน)
- กดเข้าแบนเนอร์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)”
- อ่านข้อตกลงและเงื่อนไขให้ละเอียด แล้วกดปุ่ม “ลงทะเบียน”
- ระบบจะนำข้อมูลไปตรวจสอบคุณสมบัติ โดยคุณสามารถ รอตรวจสอบผลได้ทาง SMS หรือการแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตัง ภายใน 3 วันทำการ
ร้านค้าและผู้ประกอบการ ต้องลงทะเบียนอย่างไร?
สำหรับร้านค้ารายย่อย ชุมชน หรือหาบเร่แผงลอย (รวมถึงธุรกิจบริการ เช่น ร้านนวด สปา ทำผม ทำเล็บ) ที่ต้องการเข้าร่วมเพื่อดึงลูกค้าในโครงการ:
- ร้านค้าเดิม: ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงแค่อัปเดตแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เป็นเวอร์ชันล่าสุด แล้วกดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขโครงการใหม่ได้ทันที
- ร้านค้าใหม่: สามารถติดต่อเปิดบัญชีและสมัครเข้าร่วมได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือจุดบริการของกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม เป็นต้นไป เพื่อเปิดใช้แอปฯ ถุงเงิน
สรุปเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ (รู้ไว้ก่อนใช้จริง 1 มิ.ย. นี้)
เมื่อลงทะเบียนสำเร็จแล้ว เงินงวดแรกจะเข้าในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 โดยมีเงื่อนไขการใช้จ่ายที่ต้องระวังดังนี้
- รัฐช่วย 60% ประชาชนจ่าย 40% โดยรัฐให้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท/เดือน (รวม 4,000 บาท ตลอดโครงการ)
- จำกัดยอดใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 200 บาทจากฝั่งรัฐต่อวัน * ข้อดีของรอบนี้: หากวันไหนใช้วงเงิน 200 บาทไม่หมด ยอดคงเหลือจะสามารถสะสมไปใช้ต่อในวันถัดไปได้ภายในเดือนนั้น ๆ ไม่ถูกตัดทิ้งเป็นวันต่อวันเหมือนโครงการในอดีต (แต่หากสิ้นเดือนแล้วใช้วงเงิน 1,000 บาทของเดือนนั้นไม่หมด จะถูกตัดยอดทิ้งทันที ไม่ทบไปเดือนถัดไป)
- สามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน
วิธีลงทะเบียนเป๋าตัง 2569 สมัครใช้งาน G-Wallet รับสิทธิ์ แบบเข้าใจง่าย
หลังจากที่รัฐบาลเคาะมาตรการด่วนช่วยลดค่าครองชีพในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” แจกเงินสมทบสูงสุด 4,000 บาท สิ่งแรกที่ประชาชนคนไทยทุกคนต้องมีคือแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และกระเป๋าเงินดิจิทัล “G-Wallet” เพื่อใช้เป็นช่องทางในการรับสิทธิ์และใช้จ่ายเงิน
สำหรับมือใหม่ พ่อค้าแม่ค้า หรือใครที่เพิ่งเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ วันนี้เราสรุป วิธีลงทะเบียนเป๋าตังล่าสุด 2569 และวิธียืนยันตัวตนฉบับจับมือทำ ทำตามนี้ได้สิทธิ์ชัวร์ ไม่พลาดเงินเยียวยาแน่นอน
ขั้นตอนที่ 1: วิธีดาวน์โหลดและติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง (เวอร์ชันล่าสุด 2569)
ก่อนอื่น โทรศัพท์มือถือของคุณต้องรองรับระบบปฏิบัติการขั้นต่ำ โดยระบบ Android ต้องเป็นเวอร์ชัน 9.0 ขึ้นไป และ iPhone (iOS) ต้องเป็นเวอร์ชัน 15.0 ขึ้นไป
- เข้าไปที่ App Store (สำหรับ iPhone) หรือ Google Play Store / Play Store (สำหรับ Android)
- พิมพ์ในช่องค้นหาว่า “เป๋าตัง” 3. ข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัย: ตรวจสอบชื่อผู้พัฒนาใต้โลโก้กระเป๋าเงินสีฟ้า ต้องขึ้นคำว่า “Krungthai Bank” (ธนาคารกรุงไทย) เท่านั้น หากเป็นชื่ออื่นห้ามโหลดเด็ดขาดเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ
- กด “ติดตั้ง” (Install) หรือ “รับ” (Get) แล้วรอระบบดาวน์โหลดจนเสร็จ
ขั้นตอนที่ 2: วิธีสมัครใช้งานและยืนยันตัวตนแอปฯ เป๋าตัง
เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ให้เปิดแอปพลิเคชันขึ้นมาแล้วทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:
- 1. ให้ความยินยอมข้อมูล: กด “ยอมรับ” เงื่อนไขการใช้งานแอปฯ และกดยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน (KYC Consent)
- 2. ถ่ายรูปบัตรประชาชน: เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง นำมาวางในกรอบกล้องที่ระบบจัดไว้ให้ (พยายามเลือกที่ที่แสงสว่างเพียงพอ ไม่มืดและไม่มีแสงสะท้อนหน้าบัตร)
- 3. กรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับ OTP: ตรวจสอบเลขบัตร 13 หลักที่ระบบอ่านให้ จากนั้นกรอกเบอร์มือถือปัจจุบันของคุณ รอรับรหัส OTP 6 หลักทาง SMS แล้วนำมากรอกในแอปฯ
- 4. เลือกวิธีกรอกข้อมูล: คุณสามารถเลือกกรอกข้อมูลตามบัตรประชาชนด้วยตัวเอง หรือเลือก “ระบุข้อมูลด้วยแอปฯ ThaID” เพื่อดึงข้อมูลอัตโนมัติก็ได้
- 5. ตั้งรหัส PIN 6 หลัก: กำหนดรหัสผ่าน 6 หลักเพื่อใช้เข้าแอปฯ ในครั้งต่อไป (ห้ามตั้งตั้งตัวเลขที่เดาง่าย เช่น 123456 หรือวันเดือนปีเกิด)
ขั้นตอนที่ 3: วิธีเปิดใช้งาน G-Wallet เพื่อเตรียมรับสิทธิ์ 4,000 บาท
หลังจากเข้าแอปฯ เป๋าตังได้แล้ว คุณต้องเข้าไปเปิดกระเป๋าเงิน G-Wallet เพื่อลงทะเบียนรับสิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส
- กดเลือกเมนู “G-Wallet” ที่หน้าแรกของแอปฯ
- กดเข้าเมนูสแกนใบหน้า (Facial Recognition)
- เริ่มสแกนใบหน้า: ถอดแว่น ถอดหน้ากากอนามัย และจัดใบหน้าให้อยู่ในกรอบ วางโทรศัพท์ให้นิ่ง นิ่งค้างไว้จนระบบสแกนสำเร็จ
- เมื่อระบบตรวจสอบผ่าน จะขึ้นข้อความ “เปิดใช้งาน G-Wallet สำเร็จ” พร้อมใช้งานทันที
ปัญหายอดฮิต: สแกนใบหน้าไม่ผ่าน ทำอย่างไรดี?
หลายคนเจอปัญหาหน้าจอขึ้นว่า “สแกนใบหน้าไม่สำเร็จ” หรือ “ข้อมูลไม่ตรงกับฐานข้อมูล” ไม่ต้องตกใจครับ รัฐบาลและธนาคารกรุงไทยมีทางออกให้ 2 วิธี โดยไม่ต้องไปต่อคิวที่ธนาคารให้เสียเวลา:
- วิธีที่ 1: ยืนยันตัวตนผ่านตู้ ATM กรุงไทย (สีเทา)
- ถือบัตรประชาชนตัวจริงไปที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย (เลือกตู้สีเทาที่มีสัญลักษณ์ Confirm ID)
- แตะหน้าจอเลือกเมนู “ยืนยันตัวตน / สิทธิสวัสดิการ” -> เลือก “ยืนยันตัวตนธนาคารกรุงไทย”
- สอดบัตรประชาชนเข้าไปที่ช่องอ่านบัตร รอระบบประมวลผลแล้วดึงบัตรออก จากนั้นกลับมาเปิดแอปฯ เป๋าตังเพื่อสแกนหน้าอีกครั้งจะผ่านฉลุย
- วิธีที่ 2: ไปยืนยันตัวตนที่ธนาคารกรุงไทย
- หากตู้ ATM อยู่ไกล สามารถเดินตัวเปล่าพร้อมบัตรประชาชนไปที่ธนาคารกรุงไทยได้ทุกสาขา แจ้งเจ้าหน้าที่ว่า “มายืนยันตัวตนแอปเป๋าตัง” เจ้าหน้าที่จะจัดแจงเคลียร์ระบบให้เสร็จภายใน 3 นาที
วิธีโหลดแอปฯ เป๋าตัง สำหรับมือถือแต่ละระบบ (iOS / Android / Huawei)
ก่อนอื่นให้เช็กว่ามือถือของคุณเป็นยี่ห้ออะไร จากนั้นให้เปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้วกดเข้าไปที่สัญลักษณ์ “ร้านค้าแอปพลิเคชัน” ตามระบบของเครื่องดังนี้
- 1. สำหรับโทรศัพท์ iPhone (iOS):
- กดเข้าไปที่แอป App Store
- 2. สำหรับโทรศัพท์ทั่วไป เช่น Samsung, Oppo, Vivo, Xiaomi, Realme (Android):
- กดเข้าไปที่แอป Google Play Store (หรือเขียนสั้น ๆ ว่า Play Store)
- 3. สำหรับโทรศัพท์ Huawei:
- กดเข้าไปที่แอป AppGallery
5 ขั้นตอนในการดาวน์โหลดและติดตั้งให้ปลอดภัย
เมื่อกดเข้ามาในร้านค้าแอปพลิเคชันบนมือถือของคุณแล้ว ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้ได้เลย
- กดที่ช่องค้นหา (สัญลักษณ์แว่นขยาย): พิมพ์คำว่า “เป๋าตัง” หรือ “Paotang” แล้วกดค้นหา
- วิธีเช็กแอปของแท้ (สำคัญมาก!): ให้สังเกตรูปโลโก้กระเป๋าเงินสีฟ้า และ ต้องตรวจสอบชื่อผู้พัฒนาที่อยู่ใต้ชื่อแอป จะต้องระบุว่า “Krungthai Bank PCL.” (ธนาคารกรุงไทย) เท่านั้น หากเป็นชื่อบุคคลหรือบริษัทอื่น ห้ามกดดาวน์โหลดเด็ดขาดเพราะเป็นแอปปลอมของมิจฉาชีพ
- กดปุ่มติดตั้ง: เมื่อมั่นใจว่าเป็นแอปจริงแล้ว ให้กดปุ่ม “ติดตั้ง” (Install) หรือ “รับ” (Get)
- รอระบบดาวน์โหลด: โทรศัพท์จะทำการดาวน์โหลดและติดตั้งลงเครื่องโดยอัตโนมัติ (แนะนำให้เชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi หรืออินเทอร์เน็ตที่เสถียรเพื่อความรวดเร็ว)
- เปิดใช้งานแอปฯ: เมื่อติดตั้งเสร็จสิ้น ปุ่มจะเปลี่ยนเป็นคำว่า “เปิด” (Open) หรือคุณสามารถกลับไปที่หน้าจอหลักของมือถือ จะพบไอคอนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” พร้อมให้กดเข้าสมัครใช้งานทันที
เมื่อคุณเปิด G-Wallet สำเร็จแล้ว อย่าลืมกดเข้าแบนเนอร์ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ที่หน้าแรก เพื่อกดยืนยันรับสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไปนะคะ !!

